Download spec En/Th และรูปสินค้า – > ![]()
พัดลมท่อ พัดลมท่อดูดอากาศ

พัดลมท่อ พัดลมท่อดูดอากาศ พัดลมท่อระบายอากาศ ตัวช่วยสำคัญสำหรับงานอุตสาหกรรมและพื้นที่อับอากาศ
พัดลมท่อ คืออะไร?
พัดลมท่อ (Portable Ventilation Fan หรือ Vane Axial Fan) เป็นอุปกรณ์ระบายอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานภาคสนาม และงานในพื้นที่อับอากาศ (Confined Space) โดยออกแบบมาเพื่อดูดอากาศเสีย ควัน กลิ่น ไอระเหย ฝุ่นละออง หรือส่งอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่พื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถต่อเข้ากับ ท่อลมผ้าใบ (Flexible Duct) ได้ ทำให้พัดลมท่อเป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์งานระบายอากาศชั่วคราวและงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการเคลื่อนย้ายบ่อยครั้ง
จุดเด่นของพัดลมท่ออุตสาหกรรม
พัดลมท่อถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานหนักในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิต โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า ไซต์งานก่อสร้าง หรือพื้นที่อับอากาศ
คุณสมบัติเด่น ได้แก่
- น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
- ให้ปริมาณลมสูง ระบายอากาศได้รวดเร็ว
- ใช้งานได้ทั้งระบบดูดอากาศและเป่าอากาศ
- สามารถต่อท่อลมผ้าใบเพิ่มระยะส่งลมได้
- มีตะแกรงป้องกันหน้า-หลังเพื่อความปลอดภัย
- มอเตอร์ระบายความร้อนได้ดี
- เสียงรบกวนต่ำ
- ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน
- มีสวิตช์เปิด-ปิดใช้งานสะดวก
- โครงสร้างแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม
พัดลมท่อดูดอากาศทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของพัดลมท่อคือการใช้ใบพัดสร้างแรงดันอากาศ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านตัวพัดลม
สามารถใช้งานได้ 2 รูปแบบหลัก
1. ระบบเป่าอากาศ (Supply Air)
ใช้ส่งอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่พื้นที่ทำงาน เช่น
- ถังเก็บสารเคมี
- บ่อพัก
- อุโมงค์
- พื้นที่อับอากาศ
- ห้องใต้ดิน
ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนและลดความร้อนสะสมภายในพื้นที่
2. ระบบดูดอากาศ (Exhaust Air)
ใช้ดูดอากาศเสียออกจากพื้นที่ เช่น
- ควันเชื่อม
- กลิ่นสารเคมี
- ไอระเหยจากตัวทำละลาย
- ฝุ่นอุตสาหกรรม
- ควันจากงานซ่อมบำรุง
ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน
ประเภทของพัดลมท่อที่นิยมใช้งาน
พัดลมท่อหูหิ้ว
พัดลมชนิดนี้ได้รับความนิยมสูงในงานภาคสนาม เนื่องจากมีมือจับในตัว น้ำหนักเบา และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย
เหมาะสำหรับ
- งานก่อสร้าง
- งานติดตั้งระบบ
- งานซ่อมบำรุง
- งานตรวจสอบภายในถัง
- งานพื้นที่อับอากาศ
พัดลมท่อชนิดมีล้อ
ออกแบบสำหรับพัดลมขนาดใหญ่ที่ต้องการเคลื่อนย้ายบ่อย
ข้อดี
- ลากเคลื่อนย้ายได้ง่าย
- ลดภาระในการยก
- เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่
นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
พัดลมท่อไฟเบอร์กลาส
ตัวเรือนผลิตจากไฟเบอร์กลาสที่มีความทนทานสูง
จุดเด่น
- ทนการกัดกร่อน
- ทนกรดและด่าง
- ไม่เกิดสนิม
- อายุการใช้งานยาวนาน
เหมาะสำหรับ
- โรงงานเคมี
- โรงงานชุบโลหะ
- โรงงานปิโตรเคมี
- โรงงานบำบัดน้ำเสีย
พัดลมท่อมอเตอร์กันระเบิด (Explosion Proof Fan)
ออกแบบสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟและการระเบิด
เหมาะสำหรับ
- โรงกลั่นน้ำมัน
- คลังเก็บสารไวไฟ
- โรงงานปิโตรเคมี
- พื้นที่จัดเก็บตัวทำละลาย
- โรงงานสีและสารเคมี
ควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสำหรับพื้นที่อันตรายโดยเฉพาะ
ขนาดพัดลมท่อที่ได้รับความนิยม
พัดลมท่อมีหลายขนาดให้เลือกตามลักษณะงาน
- 8 นิ้ว
- 10 นิ้ว
- 12 นิ้ว
- 16 นิ้ว
- 18 นิ้ว
- 20 นิ้ว
การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก
- ขนาดพื้นที่
- ความยาวท่อลม
- ปริมาณลมที่ต้องการ
- จำนวนผู้ปฏิบัติงาน
- ประเภทของมลพิษทางอากาศ
ท่อลมผ้าใบ (Flexible Duct) อุปกรณ์เสริมสำคัญของพัดลมท่อ
การใช้งานพัดลมท่อส่วนใหญ่มักใช้งานร่วมกับ ท่อลมผ้าใบแบบยืดหยุ่น (Flexible Duct) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งลมหรือดูดอากาศ
คุณสมบัติเด่น
- ผลิตจากผ้าใบ PVC คุณภาพสูง
- เสริมโครงลวดเหล็กสปริง
- ยืดหยุ่นสูง
- น้ำหนักเบา
- พับเก็บสะดวก
- ติดตั้งง่าย
- ทนต่อการฉีกขาด
- ทนความร้อนสูง
- รองรับงานอุตสาหกรรมหนัก
ความยาวมาตรฐานโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร และสามารถต่อเพิ่มความยาวได้ตามความเหมาะสมของหน้างาน
พัดลมท่อกับงานพื้นที่อับอากาศ (Confined Space)
พื้นที่อับอากาศเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการขาดออกซิเจนหรือการสะสมของก๊าซอันตราย
ตัวอย่างพื้นที่อับอากาศ ได้แก่
- ถังเก็บน้ำ
- ถังสารเคมี
- บ่อพักน้ำเสีย
- ท่อส่งขนาดใหญ่
- ห้องใต้ดิน
- อุโมงค์
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
การใช้พัดลมท่อช่วย
- เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ
- ลดความเข้มข้นของก๊าซอันตราย
- ลดความร้อนสะสม
- เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจวัดก๊าซและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการทำงานในพื้นที่อับอากาศทุกครั้ง
พัดลมท่อดูดควันและดูดฝุ่นในโรงงาน
ในกระบวนการผลิตหลายประเภท มักเกิดมลพิษทางอากาศ เช่น
- ควันเชื่อม
- ฝุ่นโลหะ
- ฝุ่นไม้
- ไอระเหยสารเคมี
- กลิ่นจากกระบวนการผลิต
พัดลมท่อสามารถช่วยรวบรวมและระบายมลพิษเหล่านี้ออกจากพื้นที่ทำงาน ช่วยให้สภาพแวดล้อมในการทำงานสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
วิธีเลือกพัดลมท่อให้เหมาะกับงาน
พิจารณาปริมาณลม (Air Flow)
ควรเลือกพัดลมที่มีอัตราการไหลของอากาศเพียงพอกับขนาดพื้นที่ใช้งาน
พิจารณาความยาวท่อลม
หากต้องต่อท่อลมยาว ควรเลือกพัดลมที่มีแรงดันลมสูงเพื่อลดการสูญเสียกำลังลม
พิจารณาสภาพแวดล้อม
หากใช้งานในพื้นที่ที่มีสารเคมี ควรเลือกพัดลมไฟเบอร์กลาส
หากใช้งานในพื้นที่เสี่ยงระเบิด ควรเลือกพัดลมมอเตอร์กันระเบิด
พิจารณาความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
งานภาคสนามควรเลือกพัดลมแบบหูหิ้วหรือแบบมีล้อเพื่อความสะดวกในการขนย้าย
การดูแลรักษาพัดลมท่อ
เพื่อยืดอายุการใช้งาน ควรปฏิบัติดังนี้
- ตรวจสอบสายไฟก่อนใช้งาน
- ทำความสะอาดใบพัดสม่ำเสมอ
- ตรวจสอบตะแกรงป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับรุ่นของพัดลม
- ตรวจสอบความแน่นของสกรูและอุปกรณ์ยึด
- เก็บในที่แห้งเมื่อไม่ใช้งาน
การบำรุงรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยให้พัดลมทำงานเต็มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระยะยาว
สรุป
พัดลมท่อ พัดลมท่อดูดอากาศ และพัดลมท่อระบายอากาศ เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานอุตสาหกรรม งานภาคสนาม และการทำงานในพื้นที่อับอากาศ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ดูดควัน ดูดกลิ่น ดูดฝุ่น และระบายอากาศเสียออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยคุณสมบัติที่น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ใช้งานร่วมกับท่อลมผ้าใบได้หลากหลาย และมีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 8 นิ้ว 10 นิ้ว 12 นิ้ว 16 นิ้ว 18 นิ้ว ไปจนถึง 20 นิ้ว จึงตอบโจทย์ทั้งงานก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานปิโตรเคมี งานซ่อมบำรุง และงานด้านความปลอดภัยในพื้นที่อับอากาศได้อย่างครบวงจร


