มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ S1, S2, S3, S4, S5 คืออะไร

าตรฐานรองเท้าเซฟตี้
หมวด ข้อกำหนดเพิ่มเติม
SB มีหัวรองเท้านิรภัย ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่นิ้วเท้าจากของตกใส่ ระดับการป้องกันแรงกระแทก 200 จูล และช่วยป้องกันแรงกดทับที่นิ้วเท้าหากถูกของหนักทับ ระดับแรงกดอยู่ที่ 15 kN
SBP เหมือนมาตรฐาน SB แต่เพิ่มคุณสมบัติ กันการเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า
S1 เหมือนมาตรฐาน SB แต่เพิ่มบริเวณส้นปิด มีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต ทนน้ำมันเชื้อเพลิง และดูดซับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า
S1P เหมือนมาตรฐาน S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติ กันการเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า
S2 เหมือนมาตรฐาน S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติ ป้องกันน้ำซึมและลดการดูดซับน้ำ
S3 เหมือนมาตรฐาน S2 แต่เพิ่ม พื้นรองเท้ามีดอกยาง และ กันการเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า
S4 มีหัวรองเท้านิรภัยป้องกันแรงกระแทก 200 จูล เป็นรองเท้ายางทั้งหมดหรือรองเท้าวัสดุโพลิเมอร์ทั้งหมด มีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต ทนน้ำมันเชื้อเพลิง ดูดซับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า และมีส้นปิด
S5 เหมือนมาตรฐาน S4 แต่เพิ่ม พื้นรองเท้ามีดอกยาง และ กันการเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า

สรุปแบบจำง่าย:

SB = พื้นฐาน มีหัวนิรภัย
SBP = SB + กันทะลุ
S1 = SB + ส้นปิด + กันไฟฟ้าสถิต + ทนน้ำมัน + ซับแรงส้น
S1P = S1 + กันทะลุ
S2 = S1 + กันน้ำซึม
S3 = S2 + กันทะลุ + พื้นมีดอก
S4 = รองเท้ายาง/โพลิเมอร์ล้วน + หัวนิรภัย + กันไฟฟ้าสถิต + ทนน้ำมัน
S5 = S4 + กันทะลุ + พื้นมีดอก

รองเท้าเซฟตี้ S1 S2 S3 ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน

เวลาซื้อรองเท้าเซฟตี้ หลายคนมักเห็นคำว่า S1, S2, S3 อยู่บนสเปกสินค้า กล่องรองเท้า หรือรายละเอียดมาตรฐาน แล้วก็เริ่มงงทันทีว่าแต่ละตัวต่างกันยังไง ต้องซื้อแบบไหนถึงจะเหมาะกับงาน และจำเป็นไหมว่ารองเท้าเซฟตี้ต้องเป็นหนังเท่านั้น

ความจริงแล้ว S1 S2 S3 คือระดับคุณสมบัติของรองเท้าเซฟตี้ตามกลุ่มมาตรฐาน EN ISO 20345 ซึ่งใช้บอกว่ารองเท้าคู่นั้นมีคุณสมบัติป้องกันอะไรบ้าง เช่น หัวรองเท้านิรภัย ส้นปิด กันไฟฟ้าสถิต ดูดซับแรงกระแทกบริเวณส้น กันน้ำ หรือกันการเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า

พูดง่าย ๆ คือ S1 S2 S3 ไม่ใช่ชื่อรุ่น ไม่ใช่แบรนด์ และไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นรหัสที่ช่วยให้ผู้ซื้อเข้าใจระดับการป้องกันของรองเท้าเซฟตี้ได้ง่ายขึ้น

>> กดที่นี่ เพื่อดูแบบรองเท้าทั้งหมด <<

ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจำรายละเอียดของ SB, S1, S1P, S2, S3 ทั้งหมดก็ได้ เพราะในงานใช้งานจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ว่าหน้างานของเราต้องการคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษ

ถ้าหน้างานมีความเสี่ยงจากการเหยียบตะปู เศษเหล็ก เศษวัสดุแหลมคม หรือพื้นมีของแหลม ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นกันทะลุ เช่น รุ่น S1P หรือ S3 เพราะจะช่วยเพิ่มการป้องกันจากด้านล่างของเท้าได้ดีกว่ารุ่นทั่วไป

ถ้าหน้างานต้องการคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ตั้งแต่ระดับ S1 ขึ้นไป เช่น S1, S1P, S2 หรือ S3 เพราะรองเท้ากลุ่มนี้จะมีคุณสมบัติ Antistatic ช่วยลดการสะสมของไฟฟ้าสถิต เหมาะกับงานโรงงาน งานอุตสาหกรรม งานคลังสินค้า หรืองานที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเฉพาะ

***********************************

งานทั่วไปพื้นแห้ง = S1
งานพื้นแห้งแต่เสี่ยงเหยียบของแหลม = S1P
งานมีน้ำ/ความชื้น = S2
งานหนัก มีน้ำ มีของแหลม พื้นเสี่ยง = S3

***********************************

รองเท้าผ้าใบ VS รองเท้าหนังเป็น S1, S2, S3 ได้ไหม

คำตอบคือได้ มาตรฐาน S1, S2, S3 ไม่ได้หนดรูปแบบวัสดุแต่ถ้าเป็นรองเท้าผ้าใบจะทำให้ใส่แล้วไม่อับ สบายกว่า แต่รองเท้าหนังจะเหมาะกับพวกงานเชื่อม

รูปแบบรองเท้าหนังเซฟตี้

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องเป็นรองเท้าหนังเสมอไป

รองเท้าเซฟตี้ S1 S2 S3 สามารถทำจากหนัง วัสดุสังเคราะห์ หรือวัสดุผ้า/สิ่งทอที่ผ่านการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานได้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างรองเท้าและคุณสมบัติที่ผู้ผลิตทำให้ผ่านมาตรฐาน

ปัจจุบันจึงมีรองเท้าเซฟตี้หลายรูปแบบ เช่น

  • รองเท้าหนังเซฟตี้
  • รองเท้าผ้าใบเซฟตี้
  • รองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ต
  • รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อ
  • รองเท้าเซฟตี้หุ้มส้น
  • รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก
  • รองเท้าเซฟตี้หัว Composite

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าต้องเป็นหนังหรือผ้าใบ แต่ต้องดูว่ารองเท้านั้นมีหัวนิรภัย มีโครงสร้างป้องกัน และผ่านมาตรฐานที่เหมาะกับงานหรือไม่

ถ้าเป็นงานหนัก งานเชื่อม งานก่อสร้าง งานเจอสะเก็ดไฟ หรือสภาพแวดล้อมโหด ๆ รองเท้าหนังอาจทนกว่าและเหมาะกว่า แต่ถ้าเป็นงานโรงงาน งานคลังสินค้า งานเดินเยอะ หรืองานที่ต้องการความเบา รองเท้าผ้าใบเซฟตี้หรือรองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ตอาจใส่สบายกว่า

รองเท้าเซฟตี้ผ้าใบเป็น S1 S2 S3 ได้ไหม

รองเท้าผ้าใบเซฟตี้สามารถเป็น S1 S2 หรือ S3 ได้ ถ้ารองเท้ารุ่นนั้นถูกออกแบบและทดสอบให้ผ่านคุณสมบัติตามระดับนั้น ๆ

เช่น รองเท้าผ้าใบเซฟตี้ S1 อาจเหมาะกับงานในอาคาร พื้นแห้ง งานคลังสินค้า หรืองานที่ต้องการความคล่องตัว

รองเท้าผ้าใบเซฟตี้ S3 อาจเหมาะกับงานที่ต้องการความสบาย แต่ยังต้องมีพื้นกันทะลุและการยึดเกาะที่ดีขึ้น

แต่ต้องระวังว่า “หน้าตาเหมือนรองเท้าเซฟตี้” ไม่ได้แปลว่าผ่านมาตรฐานเสมอไป ควรตรวจสอบสเปกสินค้า เอกสารรับรอง และรหัสมาตรฐานก่อนซื้อทุกครั้ง

สรุป รองเท้าเซฟตี้ S1 S2 S3 ต่างกันยังไง

รองเท้าเซฟตี้ S1 S2 S3 ต่างกันที่ระดับการป้องกัน โดย S1 เป็นระดับพื้นฐานสำหรับงานทั่วไป S2 เพิ่มคุณสมบัติป้องกันน้ำซึมและการดูดซับน้ำบริเวณส่วนบน ส่วน S3 เพิ่มพื้นกันการเจาะทะลุและพื้นมีดอก เหมาะกับงานหนักและพื้นที่เสี่ยงมากกว่า

การเลือกรองเท้าเซฟตี้จึงไม่ควรเลือกจากราคาอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากลักษณะงาน ความเสี่ยงของพื้นที่ ความสบายในการใส่ และมาตรฐานที่รองเท้ารุ่นนั้นระบุไว้

_______________________________________

SB = พื้นฐาน มีหัวนิรภัย
SBP = SB + กันทะลุ
S1 = SB + ส้นปิด + กันไฟฟ้าสถิต + ทนน้ำมัน + ซับแรงส้น
S1P = S1 + กันทะลุ
S2 = S1 + กันน้ำซึม
S3 = S2 + กันทะลุ + พื้นมีดอก
S4 = รองเท้ายาง/โพลิเมอร์ล้วน + หัวนิรภัย + กันไฟฟ้าสถิต + ทนน้ำมัน
S5 = S4 + กันทะลุ + พื้นมีดอก

_______________________________________

ซื้อรองเท้าเซฟตี้ ติดต่อเรา

หากคุณกำลังมองหา รองเท้าเซฟตี้ S1, รองเท้าเซฟตี้ S2, รองเท้าเซฟตี้ S3, รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้หัว Composite, รองเท้าผ้าใบเซฟตี้, รองเท้านิรภัยสำหรับโรงงาน หรือรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานก่อสร้าง สามารถติดต่อเราได้

เรามีรองเท้าเซฟตี้ให้เลือกหลายแบบ หลายช่วงราคา เหมาะสำหรับโรงงาน บริษัทรับเหมา คลังสินค้า หน่วยงานราชการ งานซ่อมบำรุง และผู้ใช้งานทั่วไป พร้อมแนะนำรุ่นที่เหมาะกับลักษณะงานจริง ไม่ว่าจะเป็นงานเบา งานหนัก งานพื้นลื่น งานพื้นเปียก หรืองานที่ต้องการมาตรฐานเฉพาะ

ต้องการรองเท้าเซฟตี้ราคาคุ้ม คุณภาพดี ใส่สบาย และเหมาะกับหน้างานของคุณ ติดต่อเราเพื่อสอบถามราคาและรุ่นที่เหมาะสมได้เลย

รองเท้า ESD

TOKYO SAFETY SPORT BLUE SHOE

฿750.00

รองเท้า safety ทรงสปอร์ต

UK SAFETY SPORT WHITE SHOE

฿750.00

รองเท้า safety ทรงสปอร์ต

TEAM SAFETY SALES รองเท้า Safety ไม่ผูกเชือก

฿550.00

 

 

ติดต่อเราได้ที่

Website: https://teamsafetysales.com/
LINE OA: @aro1988r
โทร: 02-017-4242
Facebook: teamsafetysales